วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

ผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ


ผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
Respondent in Arbitration

นายอภิสิทธิ์ อินจันทร์
นักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการตรวจสอบและกฎหมายวิศวกรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง
i_apisit@hotmail.com, civil50303@gmail.com

บทคัดย่อ
ผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ คือผู้ที่ถูกฟ้องร้องโดยโจทก์หรือผู้เรียกร้องเนื่องจากกระทำผิดจากสัญญาที่ทำไว้กับคู่สัญญา ซึ่งจะเป็นผู้ที่ถูกเรียกร้องในสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งจากฝ่ายผู้เรียกร้อง ในรูปแบบของค่าปรับ หรือระยะเวลาในการทำงานที่เพิ่มขึ้น เมื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ หากผู้คัดค้านได้รับคำเสนอข้อพิพาทจากผู้เรียกร้องแล้ว ผู้คัดค้านจะต้องจัดทำคำคัดค้านโดยมีเนื้อหาและรายละเอียดเหมือนกับคำให้การของจำเลย และหากผู้คัดค้านต้องการเรียกร้องในสิทธิจากผู้เรียกร้องผู้คัดค้านจะต้องจัดทำข้อร้องแย้งเพิ่มเติมเข้าไปในคำคัดค้านด้วย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการโดยคณะอนุญาโตตุลาการตัดสินชี้ขาดหากผู้คัดค้านไม่พอใจในคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการผู้คัดค้านสามารถที่จะคัดค้านคำชี้ขาดได้ คือขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด โดยยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำชี้ขาด

Abstract
The opponent in arbitration procedure is the person who is sued by the protestor, because he breaks an agreement that makes with his party that will be made a demand for either damages or additional times. When an arguing reaches to an arbitration. If the opponent gets the dispute from the demand ant already. The opponent will make a protestation that has a substance and detail like a testimony of a defendant, and if the opponent wants to make a demand for his right. The opponent will make a additional contradictory in a protestation. When the arbitration procedure is finished, if the opponent does not satisfy with a writ of a party of arbitrator. The opponent can protest a writ that beg for withdraw that writ by hand in a petition to a court. Within 90 days since get a copy of writ

คำสำคัญ : คำเสนอข้อพิพาท, ผู้คัดค้าน, คำคัดค้าน, คำร้องแย้ง
1. บทนำ

ในการทำงานทางด้านวิศวกรรม โครงการขนาดใหญ่ต่างๆที่เกิดขึ้นมา หากมีการจ้างงานเกิดขึ้นในโครงการสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาก็คือสัญญาโดยหลักของสัญญาต้องประกอบด้วยสองฝ่ายหลักๆคือ ผู้ว่าจ้างกับ ผู้รับจ้าง ซึ่งในรายละเอียดในสัญญานั้นหากเป็นสัญญาที่รอบคอบและรัดกุม สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ หากผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างมีข้อพิพาทกันเกิดขึ้น สัญญาก็จะบอกไว้ว่าให้การตัดสินข้อพิพาทที่เกิดในโครงการใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ซึ่งองค์ประกอบของกระบวนการอนุญาโตตุลาการหลักๆ จะประกอบไปด้วย ผู้เรียกร้อง คือผู้ที่เริ่มกระบวนการหรือผู้เสนอข้อพิพาทถ้าเทียบกับระบบของศาล ก็คือ ฝ่ายโจทก์ และ ผู้คัดค้าน คือผู้ที่ถูกเรียกร้องในสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งจากผู้เรียกร้อง ถ้าเทียบกับระบบของศาลก็คือ จำเลยและสุดท้ายคือตัวอนุญาโตตุลาการ ก็เปรียบเป็นศาลที่ตัดสินชี้ขาด ซึ่งหากตกผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการแล้วคู่สัญญาต้องมีความรู้ความเข้าใจหรือข้อมูลต่างๆตามกระบวนของการอนุญาโตตุลาการซึ่งมีเนื้อหาที่จะกล่าวต่อไป
ในบทความนี้ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลความรู้เบื้องต้นของการที่คู่สัญญาที่จะตกเป็นผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ กล่าวคือ ขั้นตอนต่างๆในกระบวนการอนุญาโตตุลาการว่าผู้คัดค้านต้องจัดเตรียมเอกสารอย่างไร ระยะเวลาที่จะดำเนินการในกระบวนการต้องเป็นเท่าไร หากมีคำคัดค้านจะต้องมีองค์ประกอบอย่างไร ขั้นตอนการไกล่เกลี่ยหรือประณีประนอม รวมไปถึงกระบวนการภายหลังการส่งคำคู่ความจะเป็นอย่างไร ซึ่งเนื้อหาของบทความ ผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการนี้ จะอ้างอิงกฎหมายตามสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม

2. ทำอย่างไร ผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Being a Respondent in Arbitration)
2.1 ผู้คัดค้าน ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ คือใคร



รูปที่ 1 แผนผังแสดงการเปรียบเทียบการอนุญาโตตุลาการ กับ ศาลยุติธรรม
จากรูปภาพ จะเห็นได้ว่า “ผู้คัดค้าน” เปรียบได้กับ “จำเลย” ในการดำเนินคดีในศาล โดยเป็นคำที่ใช้เรียกคู่พิพาทในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ”ผู้เรียกร้อง”ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ และตามปกติ ผู้คัดค้านจะเป็นผู้ที่ถูกเรียกร้องในสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งจากผู้เรียกร้องหรือ ฝ่ายโจทก์

2.2เมื่อได้รับสำเนา “คำเสนอข้อพิพาท”ผู้คัดค้านจะต้องทำอย่างไร
ในขั้นตอนของการอนุญาโตตุลาการ หากผู้เรียกร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาทแล้วเสร็จตามขั้นตอน ในกรณีทีผู้คัดค้านได้รับสำเนา”คำเสนอข้อพิพาท”ซึ่งเปรียบได้กับคำฟ้อง ในกรณีการดำเนินคดีในศาล ผู้คัดค้านมีหน้าที่ต้องยื่น คำคัดค้าน ซึ่งเปรียบได้กับ คำให้การ ของจำเลย เพื่อที่จะแสดงว่า ตนรับหรือปฏิเสธข้อเรียกร้องของฝ่ายผู้เรียกร้อง ตลอดจนเหตุผลสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อต่อสู้ของตนว่ามีรายละเอียดประการใดบ้าง

2.3 คำคัดค้าน องค์ประกอบของคำคัดค้าน
คำคัดค้านควรจะมีการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าในบรรดาข้อเรียกร้อง ตลอดจนข้ออ้างและเหตุผลต่างๆ ที่ผู้เรียกร้องกล่าวไว้ในคำเสนอข้อพิพาทที่ผู้เรียกร้องเสนอมานั้น ว่าผู้คัดค้านรับหรือปฏิเสธในข้อเรียกร้องใดบ้าง ถ้าหากปฏิเสธจะต้องระบุเหตุผลแห่งการปฏิเสธไว้ให้ชัดเจนด้วยว่า การที่ตนปฏิเสธข้อเรียกร้องนั้นอ้างอิงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอันใดบ้าง ในกรณีที่รับข้อเท็จจริงใดตามข้อเรียกร้องแต่อ้างว่าตนไม่ต้องรับผิดเนื่องจากมีข้อเท็จจริงใหม่ที่ทำให้ตนไม่ต้องรับผิด ผู้คัดค้านก็จะต้องให้รายละเอียดข้อเท็จจริงใหม่นั้นให้ชัดเจนด้วย ทั้งนี้เพราะการรับหรือปฏิเสธตลอดจนเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ยกขึ้นอ้างจะมีผลกระทบต่อการกำหนดประเด็นข้อพิพาทและภาระการพิสูจน์ต่อไป

2.4 การใช้สิทธิเรียกร้องต่อฝ่ายผู้เรียกร้อง
วิธีการใช้สิทธิเรียกร้องต่อฝ่ายผู้เรียกร้อง ในการยื่นคำคัดค้าน ผู้คัดค้านอาจเพิ่มเติมในส่วนของ “ข้อเรียกร้องแย้ง” ไว้ด้วยว่าตนมีสิทธิเรียกร้องที่ต้องการให้ฝ่ายผู้เรียกร้องชำระหนี้หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้แก่ฝ่ายผู้คัดค้านโดยองค์ประกอบข้อเรียกร้องแย้งควรมีลักษณะเช่นเดียวกับ “คำเสนอข้อพิพาท” คือ ควรต้องมีรายละเอียดของสัญญาหรือนิติสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ข้อเท็จจริงอันเป็นฐานแห่งข้อเรียกร้อง

2.5 การไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมยอมความในชั้นอนุญาโตตุลาการ
คู่พิพาทสามารถร้องขอให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยสถาบันอนุญาโตตุลาการได้ซึ่งตามปกติมักจะกระทำในนัดแรกของกระบวนพิจารณา แต่แม้จะผ่านกระบวนพิจารณานัดดังกล่าวแล้ว แต่คู่พิพาทสามารถทำความตกลงประนีประนอมยอมความภายหลังก็สามารถทำได้เสมอ ซึ่งเมื่อสามารถตกลงกันได้อาจจะให้มีการถอนข้อเรียกร้องไปหรืออนุญาโตตุลาการชี้ขาดตามยอมก็ได้

2.6 การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดขั้นตอนในการดำเนินกระบวนพิจารณาที่กำหนดในสัญญาหรือข้อบังคับ
ตามปกติคู่พิพาทย่อมสามารถตกลงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดขั้นตอนในการดำเนินกระบวนพิจารณาได้ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเหมาะสมกับข้อพิพาทของตน แต่เมื่อมีการตกลงอย่างไรแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือความตกลงต่างหาก คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อตกลงนั้นได้แต่ฝ่ายเดียว

2.7 ค่าใช้จ่ายในการมอบข้อพิพาทให้สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการ
คู่พิพาทไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการจัดการให้แก่สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม โดยจะต้องเสียเฉพาะค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามที่เกิดขึ้นในการดำเนินกระบวนพิจารณาเท่านั้น เช่น ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ ค่าจัดส่งเอกสาร ค่าถอดแถบบันทึกเสียงคำให้การพยาน ค่าเครื่องดื่มและของว่างในการประชุมและค่าอากรแสตมป์ เป็นต้น
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย
ข้อพิพาท ทุนทรัพย์การฟ้องร้องไม่เกิน 10 ล้านบาท
ใช้อนุญาโตตุลาการ 3ท่าน
ค่าใช้จ่าย = (90000 + 0.8% ของส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท)
ข้อพิพาท ทุนทรัพย์การฟ้องร้องเกิน 10 ล้านบาท
ใช้อนุญาโตตุลาการ 3ท่าน
ค่าใช้จ่าย = (130000 + 0.6% ของส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท)
โดยค่าใช้จ่ายจะต้องชำระให้กับทางสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม โดยคู่พิพาทมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายฝ่ายละ 50%

2.8 กระบวนการภายหลังการส่งคำคู่ความ
เมื่อดำนเนการเกี่ยวกับคำเสนอข้อพิพาทและคำคัดค้านเรียบร้อยแล้ว สถาบันฯ จะดำเนินการเกี่ยวกับการแต่งตั้งอนุญาโตตุลการตามจำนวนที่กำหนดในสัญญา หากมีฝ่ายใดไม่แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการตามกำหนด ก็จะต้องดำเนินการร้องขอให้ศาลตั้งต่อไป เมื่อได้อนุญาโตตุลาการครบแล้ว ก็จะดำเนินการนัดพร้อมเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทและวันสืบพยานของแต่ละฝ่าย เมี่ออนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเสร็จแล้ว สถาบันฯ ก็จะจัดส่งสำเนาคำชี้ขาดให้คู่พิพาทแต่ละฝ่ายทราบ

2.9 การเตรียมความพร้อม เพื่อการสืบพยานในชั้นอนุญาโตตุลาการ
คู่พิพาทควรมีการเตรียมข้อมูลเกี่ยวกัยพยานหลักฐานที่จะนำเข้าสืบให้พร้อม เนื่องจากคณะอนุญาโตตุลาการอาจจะกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายส่งบันทึกคำให้การพยานเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า เพื่อว่าเมื่อถึงวันนัดสืบพยาน คู่พิพาทอีกฝ่ายเพียงแต่ถามค้านจากบันทึกคำให้การพยานที่ได้ส่งไว้แล้ว ทั้งนี้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินกระบวนพิจารณาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

2.10 การคัดค้านคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลากการ
ผู้พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ โดยอ้างถึงพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ตามมาตรา 40 โดยมีรายละเอียดดังนี้ การคัดค้านคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการอาจทำได้โดยการขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้
คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดได้ โดยยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับสำเนาคำชี้ขาด หรือถ้าเป็นกรณีมีการขอให้คณะอนุญาโตตุลาการแก้ไขหรือตีความคำชี้ขาด หรือชี้ขาดเพิ่มเติม นับแต่วันที่คณะอนุญาโตตุลาการได้แก้ไขหรือตีความคำชี้ขาดหรือทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมแล้ว

2.11 ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมาตรฐาน สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม
“ข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ รวมทั้งปัญหาการผิดสัญญา การเลิกสัญญาหรือความสมบูรณ์ของสัญญานี้ ให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาดโดยการอนุญาโตตุลาการ ตามข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการเสนอข้อพิพาทเพื่อการอนุญาโตตุลาการและให้อยู่ภายใต้การจัดการของสถาบันดังกล่าว”

3. สรุป
เมื่อตกเป็นผู้คัดค้าน (จำเลย) ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียในสิทธิหรือการที่จะต้องจ่ายค่าปรับให้กับผู้เรียกร้อง หรือเป็นผู้แพ้ ในสัญญาที่เกี่ยวกับงานวิศวกรรมต่างๆ หากมั่นใจว่าตน ไม่ได้ปฏิบัติผิดจากสัญญาหรือข้อเท็จจริงไม่ตรงกับที่ผู้เรียกร้องเสนอมาใน คำเสนอข้อพิพาทนั้น หลักฐานทางเอกสาร ไม่ว่าจะเป็น หนังสือขออนุญาต หนังสือยินยอม หนังสือแจ้งเพื่อทราบ เอกสารประกอบการทดสอบ ทดลองวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในสัญญา แผนงานต่างๆ รายงานการประชุมทุกๆครั้ง ถือว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้คัดค้าน หรือจำเลย หลุดพ้นจากข้อพิพาทได้ เพราะฉะนั้น คู่สัญญา ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา ในงานวิศวกรรมต่างๆ ควรมีการบริหารจัดการงานเอกสารให้ดี เพื่อจะใช้เป็นประโยชน์ในกระบวนการการตัดสินชี้ขาดตามกระบวนการอนุญญาโตตุลาการ และท้ายสุดสิ่งสำคัญเหนืออื่นในในการระงับข้อพิพาทนั่นก็คือ การเจรจา ประนีประนอม ยอมความ เพราะถ้าหากข้อพิพาทเกิดขึ้นในทุกวงการ การเจรจาด้วยบุคคลที่มีประสบการณ์และวาทศิลป์ที่ดี ก็จะช่วยลดภาระของคู่พิพาทและลดขั้นตอนของกระบวนการอนุญาโตตุลาการได้ดีเลยทีเดียว

กิตติกรรมประกาศ
บทความนี้ ผู้เขียนใคร่ขอขอบคุณสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม และอาจารย์ปรัชญา อยู่ประเสริฐ ที่อนุเคราะห์ให้ข้อมูลในรูปแบบของเอกสารให้ความรู้จากหน่วยงานสำนักงานอนุญาโตตุลาการ หนังสือกฏหมายและข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ ที่ได้นำมาประกอบบทความ
ท้ายที่สุดนี้ผู้เขียนใคร่ขอขอบพระคุณ ดร.เสรีย์ ตู้ประกาย ที่ให้ความอนุเคราะห์และโอกาสผู้เขียนได้ศึกษาเรื่องการอนุญาโตตุลาการกับงานวิศวกรรม จึงทำให้เกิดบทความการเป็นผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เอกสารอ้างอิง
[1] สถาบันอนุญาโตตุลาการ. ทำอย่างไรเมื่อเป็น ผู้คัดค้านในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ?. แผ่นพับ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญาชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพ.www.adr.or.th.
[2] สถาบันอนุญาโตตุลาการ. กฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ. หนังสือ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม

ประวัติผู้เขียน




นายอภิสิทธิ์ อินจันทร์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ
วิศวกรโยธา บ.เดลต้า เค กรุ๊ป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น